งานวิจัย

การบริหารจัดการองค์กร

ความภักดีต่อองค์กร

แผนธุรกิจ บริษัท โทเทิล นอลเลจ โซลูชั่น จํากัด

ชินานาถ จุลพันธ์, นิติพงศ์ คฤหโกศล, เทพพิทักษ์ แห้วรัตนะสกุล


บทคัดย่อ


บริษัท โทเทิล นอลเลจ โซลูชั่น จํากัด (TKS) เป็นธุรกิจที่ดําเนินกิจการบริการให้ คําปรึกษาด้านการจัดการความรู้และซอฟท์แวร์ การจัดการความรู้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้บริการแบบ ครบวงจร (Total Solution) ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอนาคต โดยจะเห็นได้จากแนวโน้มการขยายตัวเข้าสู่ สังคมฐานความรู้ (Knowledge base Society) และเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge base Economy) ของประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์ที่ TKS มีความมั่นใจในการนําเสนอต่อตลาดมี 2 ส่วนด้วยกันคือ การ บริการให้คําปรึกษาด้านการจัดการความรู้ และซอฟท์แวร์การจัดการความรู้ โดย
• กาให้คําปรึกษาด้านการจัดการความรู้นั้น TKS มุ่งเน้นการสร้างกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process Design)
• ซอฟท์แวร์การจัดการความรู้ เป็นซอฟท์แวร์ที่จะช่วยในการสนับสนุนกระบวนการจัดการความรู้ เพื่อสร้างให้เกิดการจัดการความรู้ออย่างแท้จริง

ทั้ง 2 ส่วนนี้มุ่งเน้นกระบวนการหลักคือ การถ่ายโอนและแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing and Transferring) และการนําความรู้ที่ได้ไปใช้(Usage) จนเกิดนวัตกรรมและภูมิปัญญาในบริษัท

สําหรับทางการตลาด TKS มีนโยบายที่จะมุ่งเน้นตลาดในระยะแรกเป็นกลุ่มบริษัท จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีขนาดความต้องการของตลาด (Market Demand)สูงถึง 125ล้านบาท รวมถึงเป็นกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพ และกําลังซื้อที่สูงนอกจากนี้ ยังกําหนดตลาดเป้าหมายโดยวางตําแหน่งของผลิตภัณฑ์ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง โดย TKS มุ่งเน้นการสร้างตราสินค้า (Brand) ผ่านกระบวนการทางการตลาดและการขายที่มีทั้ง ทางตรงและทางอ้อมผ่านกลยุทธ์ทั้งแบบ Above the lineและ Below the line

การดําเนินกิจการทั้งหมดนี้ อยู่ภายใต้โครงสร้างองค์การที่มุ่งเน้น Project based การตลาดที่มีตําแหน่งของผลิตภัณฑ์ระดับสูง (Premium) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่มุ่งเน้น ศักยภาพและ ของพนักงาน และการอาศัย Competitive Advantage ในลักษณะมุ่งเน้นการสร้าง ความแตกต่าง

จากการดําเนินการดังกล่าว สิ่งชี้วัดความสําเร็จในการดําเนินกิจการตามแผนธุรกิจ ของ TKS มีดังนี้
1. อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Return on Equity)ระหว่างปี พ.ศ. 2549-2553 มีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนือง จากร้อยละ 28.60 ในปี พ.ศ.2549 เป็นร้อยละ 49.69 ในปี พ.ศ. 2553 นั้น แสดงให้เห็นว่า TKS มีความสามารถในการทํากําไรสูง
2. มีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวม(Return on Asset) พบว่ามีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นจากร้อยละ 25.48 เป็นร้อยละ 40.96 ในปี พ.ศ. 2553 แสดงให้เห็นว่า TKS นั้นมีประสิทธิภาพในการดําเนินงานเป็นอย่างยิ่ง
3. ผลกประกอบการแต่ละปีพบว่า รายได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 15 ต่อปี บรรลุตามเป้าหมายทางธุรกิจที่วางไว้ รวมถึงสภาพคล่องของธุรกิจที่มีจํานวนสูงถึง 5,926,099.57 บาท ในปี พ.ศ. 2549 และเติบโตเป็น 17,177,790.39 บาท ในปี พ.ศ. 2553
4. อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงจากการลงทุน (IRR) ที่สูงถึงร้อยละ 83.00 ซึ่ง มากกว่าอัตราส่วนลด หรือต้นทุนทางการเงินที่ผู้ถือหุ้นนําเงินไปลงทุนอื่นๆ อาทิ การลงทุนซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และได้ผลตอบแทนกลับมา ที่มีเพียงร้อยละ 20.24 แสดงให้เห็นว่า มีความเหมาสมในการลงทุนและเป็นบริษัทที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากแม้แต่ในสภาวการณ์ที่สุดของ TKS ก็ยังให้อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงจากการลงทุนถึงร้อยละ 63.00 และมากกว่าต้นทุนทางการเงิน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นจะได้รับจากการลงทุนใน TKS ที่คุ้มค่าต่อการลงทุน
5. มีระยะเวลาคืนทุนที่ไม่นานนักคือ 1 ปี 5 เดือน ทําให้ผู้ลงทุนสามารถได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาในระยะเวลาอันสั้น

จาการดําเนินการดังกล่าวข้างต้น ผู้ถือหุ้นมีความมั่นใจได้ว่าจะรับผลตอบแทนอย่าง คุ้มค่าจากการลงทุนในเงินลงทุนโดยมีอัตราสูงถึง ร้อยละ 86.00 ซึ่งมากกว่าการนําเงินไปลงทุน ในรูปแบบอื่น หรือการลงทุนโดยการซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ นั่นแสดงว่า เงินลงทุนจํานวน 5,000,000 บาท ย่อมสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงกลับคืนมายังผู้ถือหุ้น

TKS มีความมุ่งมั่นเป้นอย่างยิ่งว่าการดําเนินกิจการของ จะสร้างความสําเร็จและให้ ผลตอบแทนกลับไปยังผู้ถือหุ้นในระดับสูง หากดําเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้