Article

ประชาชาติธุรกิจ

ผ่าจุดแข็งประเทศไทย ต้องพัฒนา "ทุนมนุษย์" เพื่อความยั่งยืน

10 มกราคม 2551




ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักคิดคนดัง ศาสตราจารย์ดีพัก ซี. เจน (Dipak C. Jain) คณบดี Kellogg School of Management แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้เดินทางมาบรรยายพิเศษ เรื่อง "ทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยในยุคใหม่ (Crystallizing Thailand"s Human Capital in the 21st Century)" ตามคำเชิญของผู้ร่วมจัด ได้แก่ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

เป็นครั้งแรกที่ศาสตราจารย์ดีพัก ซี. เจน เปลี่ยนหัวข้อบรรยายในเชิงกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ มาโฟกัสที่ประเด็น "ทุนมนุษย์" หรือเจาะลึก ลงไปที่ความสำคัญด้าน human capital

ประเด็นแรก The Age of Asia คณบดี เคลล็อกฉายภาพสภาพเศรษฐกิจโลกในสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้าว่า จะเป็นยุคทองของภูมิภาคเอเชียที่จะก้าวขึ้นมาแทนสหรัฐและยุโรป โดยหากดูจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วและกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนานั้นปัจจุบันเริ่มมีอัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ที่เพิ่มสูงมากขึ้น ผกผันกับ GDP ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ที่เริ่มชะลอตัวลดลง

คณบดีแห่งเคลล็อกกล่าวแบบทีเล่นทีจริงว่า อนาคตเอเชียจะกลายเป็น New U.S.A. ซึ่งย่อมาจาก United States of Asia ดังนั้น ประเทศในเอเชียจะต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความ ยิ่งใหญ่และพลังในการแข่งขันบนเวทีโลกให้กับภูมิภาค โดยมีกลุ่มภูมิภาคหลักคือ เอเชียตะวันออก เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็น 3 กลุ่มที่ต้องจับตามอง

ใน ประเด็นที่สอง ยุคสมัยแห่งความรู้ความสามารถ The Age of Talent กูรูใหญ่แห่งเคลล็อกได้ยกตัวอย่างทิศทางเศรษฐกิจการลงทุนและการพัฒนาในอนาคตของประเทศในเอเชียที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง อย่างจีนและอินเดีย เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย โดยประเทศจีนนั้นมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับภาคการผลิต ที่มีขนาดมหึมา เน้นการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน มีอุปโภคนิยมและอัตราการออมของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงมีความผูกพันกับประเทศชาติและชนเชื้อชาติจีนด้วยกัน

ในขณะที่อินเดียกำลังมีจุดแข็งในการดึงเอาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานในประเทศ เพื่อให้บริการทางไกล (เอาต์ซอร์ซ) แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยรัฐบาลอินเดียนั้นพยายามอย่างหนักที่จะปลูกฝังให้เด็กอินเดีย รุ่นใหม่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างชัดเจนมากขึ้น รวมถึงมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น และมีความใส่ใจในเรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก

สำหรับประเทศไทยนั้นมีจุดแข็งอยู่ที่ระบบสาธารณูปโภคที่ดี ประกอบกับสภาพที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ทำให้สามารถเป็นศูนย์กลางภาคการผลิตของเอเชียได้ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีเอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่มีความโอบอ้อมอารี และวิถีการดำรงชีวิตของผู้คนที่เป็นไปอย่างสบายๆ ทำให้ผู้คนต่างชาติหลงใหลและอยากกลับมาเยือนประเทศไทยอีก

ดังนั้นจึงต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า จุดแข็งของไทยต่างจากสหรัฐอเมริกา ที่ยังคงเน้นไปที่เรื่อง นวัตกรรม สามารถคิดค้นและสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา ชาวอเมริกันชอบคิดอะไรใหญ่ๆ มีความสามารถในการจัดการกับเรื่องใหญ่ๆ และเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ความสามารถจากทั่วโลก และมีสภาพแวดล้อมแห่งอิสระและเสรีภาพ ดึงดูดให้คนมาทำงานในอเมริกา

อย่างไรก็ดี จากทิศทางที่กล่าวมาทั้งหมด จะเป็นไปไม่ได้เลยหากขาดในเรื่องมิติของคน หรือทรัพยากรมนุษย์ หรือทุนมนุษย์ตามที่พูดกัน

ศาสตราจารย์ดีพัก ซี. เจน ได้นำเสนอโมเดลใหม่ในการพัฒนา ที่เรียกว่า "5 P model" ที่มีคน (people) เป็นศูนย์กลางนำไปสู่ความเป็นไปได้ (potentiality) ความร่ำรวย (prosperity) ความสามารถในการผลิต (productivity) และสามารถในการเจริญเติบโตที่สร้างผลกำไร (profitability) ซึ่งจะนำมาสู่ความร่ำรวยและความผาสุกของคนในประเทศ

ดังนั้น นโยบายของรัฐบาลจึงควรคำนึงถึงความสำคัญของคนเป็นอันดับแรก

ต่อมาในหัวข้อหลักเรื่องการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ Investing in People ได้รับการขยายความว่า หากจะเพิ่มผลผลิตโดยเน้นไปที่ปัจจัยมนุษย์นั้น จะต้องคำนึงถึงการสร้างแรงจูงใจ (inspiration) แรงกระตุ้น (motivation) โดยการให้รางวัลทั้งด้วยตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน ซึ่งอาจเป็นการเลื่อนตำแหน่งหรือพาไปเที่ยวกับ พนักงานที่ปฏิบัติผลงานยอดเยี่ยม เพื่อให้เกิด วิสัยทัศน์ (vision) และนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ (action) ที่เกิดประสิทธิภาพได้ในที่สุด

ทั้งนี้ก็เพราะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นั้น ไม่ใช่เพียงแค่อบรมสั่งสอนให้มีความรู้ความสามารถในการทำงานเท่านั้น แต่ยังต้องปลูกฝังสิ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญลงไปด้วย ได้แก่ ความเฉลียวฉลาดทางปัญญา ความเฉลียวฉลาดทางอารมณ์ และการมีคุณธรรม จริยธรรม ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้จะเป็นส่วนเสริมทำให้ผู้นั้นมีความสามารถรอบด้าน

ประเด็นสุดท้าย ศาสตราจารย์ดีพัก ซี. เจน ได้กล่าวถึงในเรื่องการตลาดที่มีปัจจัยคนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งหลักสูตรของเคลล็อกในการ ปลูกฝังผู้นำทางธุรกิจยุคใหม่ให้กับโลก โดยเน้นความสำคัญในทุกๆ ด้าน ได้แก่ การมีความรู้ ที่ลึกซึ้ง มีประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น การมีมุมมองในระดับสากลเห็นภาพความเป็นไปของโลก และประการสุดท้าย คือ การมีภาวะผู้นำและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

สำหรับประเทศไทย ด้วยจุดแข็งที่เรามี ศาสตราจารย์ดีพัก ซี. เจน ได้เสนอทิศทางการพัฒนาที่น่าสนใจคือ

1.แนวโน้มของโลกที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีที่ไทยจะเป็นแหล่งศูนย์กลางของการรักษาพยาบาลและกิจกรรมทางด้านสุขภาพต่างๆ ของโลก

2.ไทยมีความโดดเด่นในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับลูกค้า อย่างอุตสาหกรรมสื่อและการบันเทิงต่างๆ

3.ไทยมีความพร้อมด้านการบริการต่างๆ ทั้งการท่องเที่ยว การโรงแรม และร้านอาหาร

ทั้ง 3 ประเด็นเป็นจุดแข็งที่หากประเทศไทยมีการพัฒนาอย่างจริงจัง มีแผนการลงทุน ในทรัพยากรมนุษย์อย่างเหมาะสม ก็จะสามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน ทั้งในภาพใหญ่ของประเทศและองค์กร ในระบบย่อย

ข้อสรุปสุดท้ายที่คณบดีเคลล็อกย้ำก่อนจบการบรรยาย นั่นคือ การพัฒนาทางเศรษฐกิจในยุคใหม่ หัวใจสำคัญคือ การพัฒนาและลงทุนในคน และมนุษย์เป็นทรัพยากรเพียงประการเดียวที่จะสามารถสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้

นี่คือ ทิศทางการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย ผ่านมุมมองของคณบดีเคลล็อก