
ผู้จัดการรายสัปดาห์
ไขลานคนเพื่ออนาคต สร้างพลัง ด้วย 5 จิต
25 กุมภาพันธ์ 2551

- ปรับแนวคิด 5 จิต ประยุกต์อย่างได้ผลบนวิถีโลกตะวันออก
- ดึงศักยภาพคนช่างวิเคราะห์-เคารพผู้อื่น ต้องลงมือปฏิบัติ
- สรรค์สร้างสิ่งใหม่ได้ด้วยการทำลายกรอบความคิดเดิม
- คุณธรรมจุดสูงสุดของเป้าหมายบนรากฐานที่มั่นคง
สร้างคนเพื่ออนาคต คำพูดไม่กี่ประโยคแต่ถ้ามองเป็นกระบวนการทำงานหลายคนคงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะไม่ใช่งานง่ายๆ ที่จะมองเห็นโลกอนาคตอย่างชัดเจนในหลายมิติบนความท้าทายของการแข่งขันใน ศตวรรษที่ 21 แต่สุดท้ายการสร้างคนของโลกตะวันตกก็หันกลับมามองการดึงศักยภาพภายในบุคคลผ่านการสร้าง จิต ขณะที่ HR โลกตะวันออกกำลังเมามันกับการนำเข้าเครื่องมือจัดการจากอีกซีกโลกมาใช้เพราะอาจหลงลืมคุณประโยชน์ของสิ่งใกล้ตัว ?
คนอนาคตบนวิถี
โลกตะวันออก
ความฉลาดนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวัดจากไอคิว ซึ่งเน้นแค่การคำนวณ ตรรกะภาษาเพียงเท่านั้น แต่ความฉลาดมีด้วยกันหลายด้านและมนุษย์แต่ละคนมีความฉลาดในแต่ละด้านไม่เท่ากัน ซึ่งการจะดำเนินชีวิตให้สำเร็จในศตวรรษที่ 21ต้องมีจิตสาธารณะทั้ง 5 เพื่อช่วยจรรโลงโลกอนาคต คำกล่าวของ Howard Gardner นักวิชาการจากหมาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ผู้เขียนหนังสือ Five minds for the Future
ซึ่งในความหมายของ Gardner ให้ความหมายของจิตทั้ง 5 ประกอบด้วย
1.จิตแห่งวิทยาการ (Disciplined Mind)
2.จิตแห่งการสังเคราะห์ (Synthesizing Mind)
3.จิตแห่งความเคารพ (Respectful Mind)
4.จิตแห่งการสร้างสรรค์ (Credting Mind)
5.จิตแห่งคุณธรรม (Ethical Mind)
เขาย้ำถึง 5 จิตว่า คนที่ต้องการประสบความสำเร็จต้องมีองค์ประกอบของจิตเหล่านี้ซึ่งหากหากขาดจิตใดอาจทำให้ไม่บรรลุตามเป้าหมาย
ในทางกลับกันเมื่อมองมายังซีกโลกตะวันออกที่เรายืนอยู่จะทำเช่นไรเพื่อประยุกต์แนวคิดของ Gardner ผู้อยู่ในซีกโลกตะวันตก ให้เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จัดเสวนาเรื่อง 5 Minds:5 จิตคิดเพื่ออนาคต และได้เชิญผู้มีประสบการณ์ซึ่งเป็นตัวแทนในแต่ละจิตเพื่อแนะนำการประยุกต์ใช้อย่างได้ผล
จิตแรกคือ จิตแห่งวิทยาการ ซึ่ง ดร.พัชนี จันทร์น้อย ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานกรรการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เล่าว่า สิ่งที่ช่วยให้ตนประสบความสำเร็จต้องเริ่มจากเป็นคนใฝ่รู้และเมื่อรู้แล้วจึงนำไปปฏิบัติให้เกิดเป็นผล ซึ่งเมื่อมีความรู้ในเรื่องที่ค้นคว้าในทุกมิติแล้วจึงถ่ายทอดประสบการณ์แบ่งปันวิทยาการให้บุคคลอื่นๆ
ดร.พัชนี เปรียบเทียบแนวคิดของ Gardner กับ พระพุทธเจ้า ว่า ในบริบทของคนไทยการสร้างจิตวิทยาการให้เกิดขึ้นต้องนำหลักธรรมของพระพุทธเจ้ามาปรับใช้ดังนี้
1.โลกมีอะไรให้เรียนรู้และจะเรียนรู้อะไรที่ส่งเสริมให้เกิดวิทยาการใหม่ๆ
2.เมื่อรู้แล้วศึกษาแล้วจึงนำมาต่อยอดหรือปรับใช้อย่างไร
3. จะนำวิทยาการที่ได้มาไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างไร
4. นำความรู้ที่ได้มาจากการทำงานมาเป็นประสบการณ์
ปัญหาการสร้างทรัพยากรมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพเแต่การจะขจัดปัญหาเหล่านั้นเบื้องต้นต้องปูพื้นฐานในหลัก สัปปุริสธรรม 7 คือ หลักธรรมของคนดีหรือหลักธรรมของสัตตบุรุษ 7 ประการ ได้แก่ รู้จักเหตุ รู้จักผล รู้จักประมาณ รู้จักกาล รู้จักปฏิบัติ และรู้จักบุคคล
จิตที่ 2 จิตแห่งการสังเคราะห์ ดร.พิชัย วาศนาส่ง ประธานกรรมาธิการการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และนักวิเคราะห์ข่าวกว่า 46 ปี ยกย่องให้พระพุทธเจ้าเป็นต้นแบบการสังเคราะห์ว่า การจะสร้างศักยภาพในหน่วยงานต้องพยายามศึกษาหลักธรรม เนื่องจากพระพุทธเจ้าสอนไม่ให้เชื่อในสิ่งที่ยังไม่ได้ทดลองทำและหากทำแล้วได้ผลดีย่อมเป็นหลักธรรมของการทำงานสู่ความสำเร็จ
พระพุทธเจ้าเป็นดั่งนักสังเคราะห์ธรรมชาติเห็นได้จากการนำฤดูการมาเปรียบเทียบกับหลักการใช้ชีวิตของมนุษย์ ที่ว่า การเกิดเสมือนฤดูใบไม้ผลิที่ทำให้เกิดความงอกงาม ฤดูร้อนเหมือนการแก่ที่ทุกสิ่งเริ่มโรยรา ฤดูใบไม้ร่วงเสมือนการเจ็บไข้ได้ป่วย และฤดูหนาวเหมือนกับการตายของมนุษย์ โดยเบื้องต้นของการวิเคราะห์เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับองค์กรต้องเริ่มมองที่ตนเองก่อนและเมื่อพบกับเป้าหมายแห่งความเจริญแล้วจึงวิเคราะห์คนอื่นและสังคมโดยรวม
จิตที่ 3 จิตแห่งความเคารพ กอบกาญจน์ สุริยสัตย์ วัฒนวรางกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตชิบา (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ถ่ายทอดหลักคิดว่า องค์กรต้องคิดเสมอว่า ทำอย่างไรให้พนักงานเชื่อมั่นตัวองค์กร ขณะเดียวกันต้องกลับมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานศรัทธาและทำงานด้วยใจมากกว่าเงิน
ซึ่งตนพบว่า การจะสร้างศักยภาพให้กับคนต้องมีองค์ประกอบของความเคารพซึ่งกันและกันของคนในทุกระดับชั้น และสิ่งที่เป็นตัวตอกย้ำหลักการทำงานที่เสมือนสโลแกนของเธอ ที่เปรียบทุกคนในองค์กรเหมือน อิฐแดง ซึ่งมีคุณค่าเท่ากันเพราะอิฐทุกก้อนมีศักยภาพในตัวเพียงแต่ผู้บริหารต้องพยายามจับวางให้เหมาะสมกับสถาปัตยกรรมที่ต้องการ
ขณะที่แนวทางการสร้างคนที่เธอเรียกว่า เจ้าชายน้อย เป็นอีกตัวที่ก่อให้เกิดจิตที่เคารพในความคิดสร้างสรรค์เพราะองค์กรต้อยพยายามลดกรอบที่ไม่ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ โดยในแต่ละอาทิตย์คนในองค์กรต้องมีการประชุมร่วมกันทุกระดับชั้นเพื่อพรีเซ็นต์แนวคิดใหม่ๆของตนให้ผู้อื่นรับทราบ
การสร้างความเคารพของการทำงานเป็นทีมสะท้อนได้จากกิจกรรม อเล็กซานเดอร์มหาราช ที่เธอมองว่า การทำงานเป็นทีมเป็นสิ่งสำคัญดังนั้นการสร้างจิตสำนึกโดยผ่านกิจกรรมต่างๆ ย่อมทำให้เกิดการสร้างสรรค์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
และผลสุดท้าของการสร้างจิตแห่งความเครารพในองค์กรจะทำให้พนักงานมีความสุขในสิ่งที่ตนทำและมองออกไปถึงการทำงานเพื่อตอบแทนความเป็นพลเมืองของประเทศที่เคารพความแตกต่างทำให้เกิดสังคมแห่งความสุข
จิตที่ 4 จิตแห่งการสร้างสรรค์ เสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซี เอ็ม ออร์แกไนเซอร์ จำกัด เล่าว่า ทุกคนล้วนมีความคิดที่สร้างสรรค์เพียงแต่สิ่งเหล่านั้นถูกกรอบความคิดของสังคมและองค์กรบังคับอยู่ ทำให้ความคิดสร้างสรรค์เหล่านั้นออกมาเป็นรูปธรรมไม่ได้
ลำดับแรกต้องพยายามหากรอบที่บังคับให้เจอและเมื่อพบต้องทำลายหรือลดทอนกรอบให้น้อยลง ขณะเดียวกันต้องกำจัดความกลัวภายในบุคคลออกมาด้วยการพยายามกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศความเชื่อมั่นเพื่อให้คนเหล่านั้นแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมา
จิตคุณธรรม
คิดดี ทำเป็น
สำหรับที่ 5 จิตแห่งคุณธรรม เป็นกระบวนการสำคัญที่สุดของการสร้างคนเพื่อก่อให้เกิดความสำเร็จในบริบทของสังคมไทย ตรงข้ามกับ Gardner นักวิชาการแห่งโลกตะวันตกมองว่า จิตแห่งการสังเคราะห์ สำคัญมากที่สุดเพราะคุณสมบัติพื้นฐานของคนในยุคนี้ต้องมีการวิเคราะห์เพื่อไม่ให้เสียเวลาในการกลั่นกรองข้อมูลจำนวนมาก และสามารถเลือกรับข้อมูลที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แต่ ดร.พัชนี มองว่า พื้นฐานสำคัญที่จะทำให้บุคลากรไม่หลงทางในการทำงานของทั้ง 5 จิตคือ คุณธรรม ที่ขณะนี้พนักงานรุ่นใหม่ขาดอยู่มากทำให้วิทยาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่มีการคำนึงถึงคนอื่นที่อยู่ในสังคมเพราะมัวนึกถึงเพียงผลประโยชน์ของตน
พระพุทธเจ้าเคยสอนไว้ว่า แม้หน่วยงานใดมีเครื่องมือที่พิเศษสุดในการทำงานแต่คนในองค์กรมีความคิดที่เลวย่อมยากที่จะสำเร็จ ต่างจากองค์กรที่ไม่มีเครื่องมือทันสมัยแต่มีคนที่ดีก่อให้เกิดสิ่งดีๆ ต่อองค์กรตามมา
กอบกาญจน์ ให้ความเห็นว่า สิ่งที่เป็นเป้าหมายสูงสุดของการสร้างบุคลากรคือ คุณธรรมเพราะต่อให้คุณมีความคิดที่ดีแต่ไม่มีหลักของคุณธรรมความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะไม่ยั่งยืน ขณะเดียวกันเมื่อนำความสำเร็จเหล่านั้นไปสอนคนอื่นอาจไม่ก่อให้เกิดความศรัทธาทำให้สิ่งที่พยายามสร้างให้เกิดเป็นภาพรวมภายในองค์กรไม่อาจปรากฏได้
คิดดีไม่เท่ากับการทำดีเพราะเมื่อสิ่งนั้นปรากฏย่อมทำให้เกิดแบบอย่างแก่สังคมและขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ จนทำให้บุคลากรเกิดปัญญาในทางสร้างสรรค์
ด้าน เสริมคุณ ที่เป็นตัวแทนในจิตสร้างสรรค์ซึ่งหลายคนมองว่า เป็นสิ่งตรงข้ามกับจริยธรรม (ฝืนจริยธรรม) ซึ่งในความเป็นจริงอาจเริ่มต้นอาจต้องคิดโดยออกไปนอกกรอบจริยธรรมแต่เมื่อได้นวัตกรรมใหม่ต้องพยายามปรับให้เข้าไปอยู่ในหลักการจริยธรรม เนื่องจากการยอมรับของสังคมจำเป็นต้องมีจริยธรรมหากไม่มีย่อมยากที่นวัตกรรมจะได้รับการยอมรับ
ฉะนั้น ทั้ง 5 จิตซึ่งจะนำพาสู่เป้าหมายได้ต้องรู้จักสร้างความสมดุลในทุกมิติเพื่อให้เกิดความเห็นแจ้งและรู้ชัดในสิ่งที่ตนทำ
******************************
7 หลักธรรม
สร้างคนเก่ง
สัปปุริสธรรม 7 คือ หลักธรรมของคนดีได้แก่
1. รู้จักเหตุ หรือธัมมัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักเหตุ รู้จักวิเคราะห์หาสาเหตุของสิ่งต่างๆ
2. รู้จักผล หรืออัตถัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักผลที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำ
3. รู้จักตน หรืออัตตัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักตน ทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม และความสามารถ
4. รู้จักประมาณ หรือมัตตัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักประมาณ รู้จักหลักของความพอดี การดำเนินชีวิตพอเหมาะ
5. รู้จักกาลเวลา หรือกาลัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลา รู้จักเวลาไหนควรทำอะไร แล้วปฏิบัติให้เหมาะสมกับเวลานั้น ๆ
6. รู้จักปฏิบัติ หรือปริสัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติ การปรับตน และแก้ไขตนให้เหมาะสมกับสภาพของกลุ่มและชุมชน
7. รู้จักบุคคลหรือบุคคลัญญุตา หมายถึง ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคล ซึ่งมีความแตกต่างกัน