Article

ฐานเศรษฐกิจ

สูตรพัฒนา ‘คน’ สไตล์สิงคโปร์

15-17 พฤษภาคม 2551


“สิงคโปร์เป็นประเทศที่ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ หรือสินทรัพย์ที่จะนำมาแข่งขันกับนานาประเทศได้ แต่สิ่งที่สิงคโปร์ทำคือ มองสินทรัพย์ที่ตัวเองมีอยู่ ซึ่งก็คือ “คน” แล้วพัฒนาให้มีขีดความสามารถที่จะนำมาแข่งขันได้เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศ”

เป็นคำพูดของ ศ.เนียม บุน ซง (Neo Boon Siong) ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเอเชีย มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ในงานสัมมนา “How to beat the coming shortage of skill and talent” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการข้ราชการพลเรือน (ก.พ.) ที่สะท้อนให้เห็นว่าการมุ่งพัฒนาคนของสิงคโปร์ ทำให้วันนี้ไม่เพียงสามารถขยายการลงทุนออกไปยังต่างประเทศได้เท่านั้นแต่ยังทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้นและมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนสิงคโปร์ดีขึ้นด้วย

แต่ก่อนที่จะก้าวมาถึงจุดนี้สิงคโปร์ต้องผ่านประสบการณ์ที่เรียกว่า “เลือดท่วมตัว” จากในประเทศเพื่อเรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็ง พร้อมๆไปการพัฒนาคนให้มีศักยภาพ และอินโนเวชัน หรือความคิดสร้างสรรค์ในการที่จะเจาะไปยังตลาดที่แตกต่างทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้

เช่นเดียวกัน การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ของภาคราชการไทย เขาบอกว่าจะใช้กรอบธรรมาภิบาลอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างความยั่งยืนให้องค์กร แต่ต้องปรับตัวให้เป็นองค์กรที่ Dynamic และผู้นำจะต้องคิดไปข้างหน้า (Thinking Ahead) คิดซ้ำ (Thinking Again) คิดย้อนกลับ (Thinking Across) และคำนึงถึง วัฒนธรรมองค์กร คุณค่า ความเชื่อ และกฎเกณฑ์ต่างๆ ประกอบไปด้วย ที่สำคัญไม่ควรก๊อปปี้ใคร แต่ควรปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้เข้ากับตัวเอง

เขาอธิบายว่า องค์กรส่วนใหญ่เดินหลงทาง เพราะคิดว่าการซื้อตัวผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากภายนอกเข้ามาจะทำให้องค์กรเกิดการพัฒนาได้นั้นไม่ใช่เสมอไป เนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร วิธีแก้ปัญหาเพียงแค่พัฒนาและดึงคนที่มีศักยภาพขึ้นมาขณะเดียวกันผู้นำในองค์กรต้องยึดแนวคิดที่มีความเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติไม่ใช่วางเป้าหมายประเภทที่ “ไกลเกินเอื้อม”

จากประสบการณ์ของ ศ.ซง มองว่า ภาคราชการส่วนใหญ่จะพบปัญหา ผู้นำเป็นประเภทยึดหลักการบริหารแบบ คิดใหม่ ทำใหม่ เนื่องจากอยากสร้างผลงานที่ยุคที่ตนดำรงตำแหน่งไม่ใช่จากการวางระบบรากฐานภายในเกิดความเข้มแข็ง เมื่อองค์กรปราศจากผู้นำจึงไม่สามารถทำงานต่อได้ ทำให้องค์กรสั่นคลอน “วิธีการที่ดีคือ ต้องทำงานแบบกระจายอำนาจ สอนให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถที่รับผิดชอบโดยตรง หรือผู้ที่อยู่หน้างาน ให้สามารถคิดและทำงานเป็นระบบ เป็นกระบวนการ แทนที่จะฟังคำสั่งจากคนคนเดียว”

จึงไม่แปลกที่ “สิงคโปร์” แม้จะเป็นแค่เกาะเล็กๆแต่ “คน” มีศักยภาพ และขีดความสามารถ จึงสามารถขยายอาณาจักรออกไปได้ทั่วโลก