ข่าวสารโครงการ

จากที่ประชุม ก.พ. อาเซียน

15 พฤศจิกายน 2550


ผมเคยเล่าถึงความร่วมมือระหว่าง ก.พ. ในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่เปิดเวทีหารือในระดับเลขาธิการ ก.พ. ทุก 2 ปี และเวทีย่อยระดับ เจ้าหน้าที่ทั้งระดับอาวุโสและระดับปฏิบัติการเป็นระยะ ๆ อินโดนีเซีย เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ก.พ. อาเซียนครั้งที่ 14 (ASEAN Conference on Civil Service Matters - ACCSM) ณ Nusa Dua เกาะบาหลี อินโดนีเซีย

ในการประชุมระดับหัวหน้าคณะ หรือเลขาธิการ ก.พ. ที่ประชุม ได้พิจารณาวาระสำคัญ ๆ ได้แก่ บทบาทของระบบข้าราชการพลเรือน ของประเทศในภูมิภาคอาเซียนในอนาคตต่อการสร้างชุมชนอาเซียนใน ปี 2558 กรอบแนวทางที่จะสร้างกลุ่มประเทศอาเซียนให้เป็นชุมชน แห่งวัฒนธรรมสังคม ปี 2550-2558
การพิจารณาที่จะให้จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลีเข้ามามีส่วนร่วม ในความร่วมมือด้านระบบข้าราชการพลเรือนของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ที่ประชุมยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อแผนการทำงานของ ACCSM ระหว่างปี 2551-2555 ซึ่งส่วนนี้สำนักงาน ก.พ. ของประเทศสมาชิก จะต้องปฏิบัติตามต่อไป

นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศเสนอ Country Paper เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และถ่ายเทองค์ความรู้ด้านการบริหาร ทรัพยากรบุคคลภาครัฐระหว่างกัน โดยสำนักงาน ก.พ. ของไทยได้รับ มอบหมายให้นำเสนอเรื่องการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และการป้องกัน การทุจริตในราชการ รวมทั้งการดำเนินการเกี่ยวกับ HR Scorecard ในภาคราชการของเรา

พร้อมกำหนดให้ประเทศสมาชิกแต่ละประเทศซึ่งรับผิดชอบเป็น ASEAN Resource Centre ในแต่ละด้านได้รายงานความคืบหน้า ผลการดำเนินงานในส่วนของตน สำหรับสำนักงาน ก.พ. ในฐานะที่เป็น ASEAN Resource Center on Leadership Development ได้รับ มอบหมายให้นำเสนอรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานพัฒนา ภาวะผู้นำในราชการพลเรือนในรอบปีที่ผ่านมา ประกอบด้วยการจัดอบรม และการศึกษาดูงานให้แก่ข้าราชการและบุคคลต่าง ๆ จากประเทศอาเซียน

สำนักงาน ก.พ. เองได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาภาวะผู้นำ ในราชการพลเรือน โดยได้จัดให้มีการพัฒนาภาวะผู้นำหลายระดับ เช่น หลักสูตรนักบริหารระดับสูงจัดเป็นประจำทุกปีเพื่อพัฒนาผู้บริหารให้มี วิสัยทัศน์และคุณธรรม

Technical Meeting & Informal Meeting The 14 ACCSM เป็นกิจกรรมต่อไปที่สำนักงาน ก.พ. จะต้องเข้าร่วมการประชุม ระหว่างวันที่ 29 - 30 ตุลาคม 2551 ที่เมือง Bukit Tinggi ประเทศอินโดนีเซีย

นับว่าสำนักงาน ก.พ. ได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง จากการเข้าร่วมประชุม เพราะมีโอกาสสร้างเครือข่ายกับประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้านการบริหาร ทรัพยากรบุคคลภาครัฐ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ทางวิชาการ ความก้าวหน้าด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐระดับภูมิภาคอาเซียน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานบริหารงานบุคคลภาครัฐของไทย

นายพิษณุโลก