
11 มิถุนายน 2551 ณ ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงาน ก.พ.
การสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการจัดการทุนมนุษย์
เรื่อง “การจัดการความรู้สำหรับการบริหารและพัฒนากำลังคนยุคใหม่”
วันที่ 11 มิถุนายน 2551 เวลา 9.00 น. – 15.30 น.
ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ สำนักงาน ก.พ.
ที่มา
สำนักงาน ก.พ. ได้ดำเนินโครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายองค์ความรู้สาธารณะด้านการจัดการทุนมนุษย์ มาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ (1) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ส่วนราชการวางระบบการจัดการความรู้ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (2) สร้างความรู้ความเข้าใจและทักษะให้กับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้ของส่วนราชการ (3) พัฒนาเครือข่ายให้มีขีดความสามารถในการเป็นผู้จัดการองค์ความรู้ด้านทรัพยากรบุคคล และ (4) ส่งเสริมการพัฒนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติอันเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
สำนักงาน ก.พ. โดยความร่วมมือของสถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) จึงจัดการสัมมนาเรื่อง “การจัดการความรู้กับการบริหารและพัฒนากำลังคนยุคใหม่” (Knowledge Management: A New Paradigm for Workforce Planning and Development) ขึ้นเมื่อในวันพุธที่ 11 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา
สรุปการอภิปราย : การจัดการองค์ความรู้เพื่อการบริหารทรัพยากรบุคคล
ความรู้เป็นผลผลิตจากการทำงานของมนุษย์ ความรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมนุษย์และการมีตัวตนอยู่ขององค์กร ดังนั้น การรู้จักบริหารและจัดการองค์ความรู้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ประสิทธิผลและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดโดยง่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม (Tacit Knowledge) หากความรู้ประเภทนี้สูญเสียไปจากองค์กรแล้ว จะไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้อีกเลย ด้วยเหตุนี้ การจัดการความรู้จึงประกอบด้วย การระบุ (Identify) การจับ (Capture) การจัดระเบียบ (Align) การเก็บ (Store) การนำมาใช้ (Make reusable) การให้คุณค่า (Value) และการจัดการ (Manage)
การจัดการความรู้มีความสำคัญมาตั้งแต่ในอดีต โดยจะเห็นได้จากการถ่ายทอดความรู้ในยุคแรกของการก่อตั้งโรงเรียน ช่วงยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม และจนกระทั่งปัจจุบันซึ่งเป็นยุคของเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร ดังนั้น การเรียนรู้ของมนุษย์จึงไม่มีวันจบสิ้น จะสิ้นสุดเมื่อเราจากโลกนี้ไปเท่านั้น
คำนิยามของความรู้มีหลากหลายและขึ้นอยู่กับความเข้าใจของแต่ละบุคคล ดังนั้น การกำหนดให้ตายตัวลงไปว่าความรู้คืออะไร จึงกระทำได้ยาก และอาจไม่มีความจำเป็น เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างในโลกย่อมเป็นความรู้ไม่ว่าทางใดทางหนึ่งอยู่แล้ว สำหรับมุมมองของการบริหารองค์กรนั้น การจัดการความรู้จะต้องคำนึงถึงกระบวนการทำงาน (Business Processes) โดยระบุว่ากระบวนการใดมีองค์ความรู้ที่สำคัญมากน้อยเพียงใด ซึ่งโดยปกติแล้ว กระบวนการทำงานหนึ่งๆ จะมีความรู้ที่ถ่ายทอดได้ง่าย (Explicit) ประมาณร้อยละ 15 และความรู้ความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดโดยง่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม (Tacit Knowledge) ประมาณร้อยละ 85 อันประกอบไปด้วย บทเรียน (Lessons) เรื่องเล่า (Stories) กรณีศึกษา (Cases) วิธีการ (Methodologies)
การจัดการความรู้เหล่านี้เริ่มจากการจัดทำแผนที่กระบวนการ (Process Map) โดยการระบุว่ากระบวนการใดที่มีการใช้ความรู้อย่างเข้มข้น เพื่อจะได้ดำเนินการดึงเอาความรู้ออกมาให้เป็นรูปธรรม องค์กรไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้กับทุกกระบวนการทำงานเพราะจะเป็นสิ้นเปลืองทั้งเวลาและงบประมาณ
การจัดการองค์ความรู้มีบทบาทสำคัญกับการวางแผนและพัฒนากำลังคนในหน่วยงานทุกแห่ง มีหลายหน่วยงานที่ต้องประสบกับปัญหาการเก็บรักษาบุคลากรและความรู้ของคน เนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น การเกษียณอายุ หรือการลาออก ดังนั้น การสนับสนุนให้พนักงานแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้จึงเป็นกิจกรรมที่มีความจำเป็น โดยการสนับสนุนกิจกรรมเหล่านี้อาจดำเนินการจากให้แรงจูงใจ เช่น การวางระบบให้รางวัลสำหรับบุคลากรที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของตน และหากหน่วยงานไม่สามารถให้รางวัลในรูปของตัวเงินได้ (เช่น หน่วยงานภาครัฐ) ระบบอาจจัดเป็นรางวัลด้านอื่น เช่น การสะสมไมล์การเดินทาง เป็นต้น
การระบุและจับองค์ความรู้ในหน่วยงานสามารถใช้เทคนิคได้หลายแบบ เทคนิคที่มีประสิทธิผลเทคนิคหนึ่ง ได้แก่ การถาม “ทำไม” (7 Why’s Technique) โดยการถามคำถามต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ถามว่าทำอย่างไร เพื่ออะไร ซึ่งการถามคำถามแนวนี้ จะเป็นการลงรายละเอียดในกระบวนการทำงานมากขึ้น เพื่อให้ได้ความรู้ในเชิงปฏิบัติ
หน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นหน่วยงานที่จัดได้ว่ามีความสำคัญมากที่สุดในการจัดการความรู้ เนื่องจากองค์ความรู้ทั้งหลายทั้งปวงในองค์กรเกิดจากมนุษย์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการสร้างความเชื่อมโยงนำความรู้ไปใช้จริงในกระบวนการทำงานหน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจึงควรมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความรู้อย่างชัดเจน มีกลยุทธ์ เทคนิคในการบริหารจัดการความรู้ทั้งแบบ Explicit และ Tacit โดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานความสัมพันธ์ (Knowledge Coordinator) ระหว่างะกลุ่มงานในหน่วยงาน และแสดงให้พนักงานเห็นว่าการจัดการความรู้และการนำเอาความรู้มาใช้ในกระบวนการทำงานเป็นหัวใจของความสำเร็จขององค์กร
หน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลต้องตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความรู้ และยอมรับความจริงที่ว่าพนักงานในองค์กรจะออกจากงานวันใดวันหนึ่ง และความรู้ที่คนเหล่านั้นเป็นเจ้าของจะจากไปด้วย หน่วยงานที่รับผิดชอบทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจึงต้องบูรณาการความรู้ทั้งหมดในองค์กร สร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งความรู้ และตรวจสอบการจัดการความรู้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
การจัดการองค์ความรู้ โดยการแสดงให้เห็นในรูปของการเงินจัดได้ว่าเป็นแรงกระตุ้นให้องค์กรเห็นความสำคัญของการให้คุณค่าแก่บุคลากร เนื่องด้วย บุคลากรที่ทำงานกับองค์กรเป็นเวลานานนั้นมีความรู้ ประสบการณ์ และสถานะทางสังคมที่ต้องใช้เวลาสั่งสม หากองค์กรต้องจ้างบุคลากรใหม่ ต้นทุนของการจ้าง ต้นทุนการฝึกอบรม หรือต้นทุนอื่นๆ จะเป็นการลงทุนที่สูงมาก ดังนั้น การคำนวณคุณค่าของทุนทางปัญญาออกมาเป็นตัวเลขจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการจัดการองค์ความรู้ และเป็นเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กร
------------------